"หมอภาคย์" หมอทหารแกร่งที่สุดในปฐพี เต็มที่ทั้งกับงาน และครอบครัว

พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือ “หมอภาคย์” ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 หนึ่งในทีมปฏิบัติการช่วยทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ออกมาจากถ้ำหลวง และเป็นแพทย์ที่อยู่ดูแลเด็กๆ ในถ้ำจนถึงวันที่ทีมหมูป่าคนสุดท้ายออกมาจากถ้ำหลวง จนได้ฉายา “หมอทหารที่แกร่งที่สุดในปฐพี” ซึ่งแน่นอนว่า ประวัติ “หมอภาคย์” นั้นไม่ธรรมดาทีเดียว เพราะจบมาทั้ง หลักสูตรส่งทางอากาศ AIRBORNE, หลักสูตรจู่โจม RANGER (เสือคาบดาบ), หลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม (มนุษย์กบ) SEAL/UDT, หลักสูตรรีคอน RECON, หลักสูตรการปฏิบัติการพิเศษ SPECIAL OPERATION และ หลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ อากาศโยธิน และ หลักสูตรทหารเสือราชินี

ซึ่งในงานแถลงข่าว “เขาใหญ่มาราธอน 2561” เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 61 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ “หมอภาคย์” ถึงเรื่องภารกิจในภ้ำหลวง และเรื่องราวส่วนตัว หวังว่าจะทำให้แฟนคลับ แม่ยก ทั้งหลาย ได้รู้จักกับ “หมอทหารที่แกร่งที่สุดในปฐพี” มากขึ้นไปอีกครับ

http://media.krobkruakao.com/media/imagerelated/2018/07/relate224214.jpg

ก่อนจะคุยกันถึงเรื่องส่วนตัว อยากให้คุณหมอเล่าภาพรวม ขั้นตอนในการเข้าไปช่วยเด็กๆ ทีมหมูป่า ในถ้ำหลวง

หมอภาคย์– ตอนแรกประเมินไว้ก่อนว่า สภาพเด็กจะมีอาการอะไรบ้าง ถ้าเราต้องเข้าไป เช่น ภาวะขาดอาหาร พลังงานต่ำ แต่จะมากว่านั้นหรือไม่ หลังจากนั้นได้เตรียม อุปกรณ์เข้าไปรวมทั้งยายาปฏิชีวนะเผื่อเด็กเกิดภาวะติดเชื้อ จะได้ไปดูแลด้เลย แต่ที่น่าประหลาดใจคือสภาพเด็กดีกว่าที่คิดมาก ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพร่างกาย สภาพจิตใจ ถึงแม้ว่าจะติดอยู่ในถ้ำถึง 10 วันแล้ว ตรงนี้ต้องยอมรับว่า “โค้ชเอก” ดูแลเด็กๆ ได้ดีมาก ทำให้เด็กสงบ และกระตุ้นทางด้านจิตใจให้เด็กๆ มีความหวัง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ บทเรียนที่เราได้รับคือเรื่องการกู้ภัยในถ้ำที่ยากลำบาก ซึ่งในอนาคตจะต้องมีการฝึกต่อ เพื่อเตรียมการสำหรับอนาคต ถึงแม้ว่าเหตุกาณณ์แบบนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็ตาม และอีกบทเรียนคือเรื่องความสามัคคี เราได้เห็นความสามัคคีในการช่วยเหลือกันจากคนทั้งโลก อยากให้เป็นแบบนี้ตลอด เพราะความสามัคคีจะทำให้เกิดความรัก ความเจริญขึ้นในประเทศไทย

ทำไมถึงเลือกเรียนแพทย์ทหาร ตั้งใจไว้หรือเปล่า

หมอภาคย์– มันมีเหตุปัจจัยที่ได้มาเป็นทหาร เพราะตอนแรกเลือกไว้หลายคณะเลย แต่เป็นคณะแพทย์ทั้งหมดครับ และมีคณะแพทย์พระมงกุฎเกล้าด้วย ตอนนั้นตั้งใจว่าจะเป็นแพทย์อย่างเดียว ไม่ได้จะมาเป็นแพทย์ทหาร แต่พอสอบติดพระมงกุฎเกล้า เลยได้มาเป็นทหาร แต่ก็ไม่ผิดหวังเลยที่ได้มาอยู่ตรงนี้ครับ

http://media.krobkruakao.com/media/imagerelated/2018/07/relate224215.jpg

ภารกิจหลักของแพทย์ทหารคืออะไร

หมอภาคย์– เหมือนกับแพทย์ทั่วไปเลยครับ เป็นแพทย์รักษาในโรงพยาบาล แต่เวลามีเหตุการณ์ไม่สงบ ก็จะเป็นหน้าที่แพทย์ทหารเข้าไปดูแลโดยเฉพาะ

คุณหมอออกภาคสนามมาแล้วกี่ครั้ง

หมอภาคย์– เคยไปออกราชการที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 2 ครั้ง ใน 2 ปี ครับ(ปี 2549 และ 2557) และไปประเทศอิรัก 1 ครั้ง (ปี 2547)

คุณหมอเป็นถึง”ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3″ปกติมีหน้าที่อะไรบ้างครับ

หมอภาคย์ – ปัจจุบันผมเป็น ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 เป็นกองพันที่เป็นเหล่าแพทย์ เวลาเกิดภาวะความไม่สงบ หรือเกิดศึกสงคราม เรามีหน้าที่ทำการย้ายกองพันไปตั้งเป็นที่พยาบาล เพื่อดูแลทหารที่เจ็บป่วยในสนามรบ

http://media.krobkruakao.com/media/imagerelated/2018/07/relate224217.jpg

คุณหมอมีวิธีดูแลสุขภาพตัวเองอย่างไร ถึงแข็งแรงขนาดนี้

หมอภาคย์– ผมใช้วิธีออกกำลังกายแบบน้อยๆ แต่บ่อยๆ ผมจะไม่ชอบออกกำลังกายนานๆ เป็นชั่วโมง บางทีมันอาจจะติดด้วยภารกิจหน้าที่ของเราไม่เอื้ออำนวย และการออกกำลังกายน้อยๆ มันไม่เบื่อด้วย แต่เราก็ออกบ่อยเท่าที่จะทำได้ครับ เช่นเวลาว่างก็ วิดพื้น 10 ซิทอัพ 10 สะสมไปทั้งวันก็ได้เป็นหลายร้อยที

เห็นมีในโซเชียลที่บอกว่า คุณหมอวิดพื้นวันละ 2,000 เหลือๆ

หมอภาคย์ – อันนี้ไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้องนะครับ(ขำ) ตอนที่ร่างกายแข็งแรงมากๆ ก่อนที่เตรียมตัวไปเรียนทหารเสือราชินี ตอนนั้นต้องวิดพื้นสะสม 1 ชั่วโมง 1,000 ครั้งครับ เป็นท่าพุ่งหลัง และวิดพื้น 10 ครั้ง ทำเป็นเซตๆ ไป เซตละ 10 ครั้ง 100 เซต แต่ช่วงนี้ไม่ได้เล่นหนักขนาดนั้นแล้วครับ

คำถามสุดท้าย…แบ่งเวลาให้ครอบครัวอย่างไร

หมอภาคย์ – ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลให้ดี เป็นกำลังใจของเรา เพราะฉะนั้นถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็จะให้กับครอบครัว ภรรยาและลูก ให้เต็มที่

Article source: http://www.krobkruakao.com/ข่าวไลฟ์สไตล์/74337/-หมอภาคย์--หมอทหารแกร่งที่สุดในปฐพี-เต็มที่ทั้งกับงาน-และครอบครัว.html

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Translate This Page »