องค์กรห้ามอาวุธเคมี ตรวจสอบข้อเท็จจริงการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย

วันนี้ องค์กรห้ามอาวุธเคมี หรือ OPCW เตรียมเข้าตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย หลังสหรัฐฯ และ 2 ชาติพันธมิตร ใช้เป็นข้ออ้างยิงขีปนาวุธกว่า 100 ลูกถล่มซีเรีย และเตือนว่าอาจโจมตีครั้งใหม่ หากซีเรียยังใช้อาวุธเคมีอีก

คณะผู้สังเกตการณ์จาก OPCW จะเข้าไปยังจุดเกิดเหตุในเมืองดูมา ทางตะวันออกของกรุงดามัสกัสในวันนี้ เพื่อหาหลักฐานข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาของชาติตะวันตก ที่บอกว่า รัฐบาลซีเรียใช้ก๊าซคลอรีน และก๊าซซารินโจมตี ประชาชนในเมืองดูมา เมื่อ 7 เมษายนที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 คน และบาดเจ็บ 500 คน แต่ทีมสอบสวนกังวลว่า อาจจะมีการทำลายหลักฐาน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในการควบคุมของซีเรียและรัสเซีย

โทรทัศน์ทางการซีเรีย เผยภาพความเสียหายของศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่สหรัฐฯ เชื่อว่าเป็นสถานที่ผลิตและเก็บอาวุธเคมี แต่ซีเรียบอกว่า อาคารแห่งนี้เป็นสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาเวชภัณฑ์และอุตสาหกรรมเคมี ใช้สำหรับงานวิจัยผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม เนื่องจากซีเรียเผชิญกับความขาดแคลนด้านเวชภัณฑ์ อันเป็นผลมาจากมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด บอกกับสมาชิกนิติบัญญัติของรัสเซีย ที่เดินทางเยือนกรุงดามัสกัสว่า การโจมตีของชาติตะวันตกเป็นการรุกราน พร้อมชื่นชมระบบป้องกันภัยทางอากาศสมัยโซเวียต ซึ่งกองทัพซีเรียใช้อยู่ ว่า ช่วยป้องกันการโจมตีขีปนาวุธได้

ส่วนที่สหรัฐฯ กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านสงครามหลายร้อยคน เดินขบวนในย่านธุรกิจนครลอสแองเจลิส ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในซีเรีย เนื่องจากกังวลว่า รัฐบาลกำลังจะก่อสงครามในตะวันออกกลางอีก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านการโจมตีซีเรียบริเวณหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในหลายประเทศ เช่น เม็กซิโก, ชิลี, กรีซ, เยอรมนี และเขตเวสต์แบงก์

ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ยังทำให้ผู้นำฝรั่งเศสและอังกฤษ ตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากเป็นการโจมตีที่ไม่ผ่านความเห็นของสภา และเป็นปฏิบัติการที่ฉาบฉวย เพียงครั้งเดียว ไม่ส่งผลต่อการแพ้ชนะในสงครามซีเรีย ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ถูกผู้นำฝ่ายค้านตำหนิว่า ทำให้ฝรั่งเศส เสี่ยงเผชิญกับผลพวงที่จะตามมา ซึ่งอาจมีความรุนแรงและไม่สามารถคาดเดาได้ พร้อมวิจารณ์ว่า มาครงไม่รักษาจุดยืนความเป็นอิสระของฝรั่งเศส และควรรักษาระยะห่างจากความขัดแย้งที่ยังคงมีข้อสงสัย โดยเปรียบเทียบกับสงครามอิรักเมื่อปี 2003 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัก มีอาวุธทำลายล้างสูง แต่สุดท้ายกลับพบว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง

ด้าน นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็ถูกโจมตีจากฝ่ายค้าน โดยถูกขอให้รับผิดชอบที่ลัดขั้นตอนอนุมัติปฏิบัติการทางทหาร โดยไม่ขอมติเห็นชอบของสภาให้ถูกต้อง วันนี้ นายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์อังกฤษ สนับสนุนการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพื่อยับยั้งไม่ให้มีการใช้อาวุธเคมีอีก แต่พันธมิตรตะวันตกยังไม่มีแผนโจมตีในซีเรียอีกในตอนนี้ เนื่องจากรัฐบาลซีเรียจะไม่ใช้อาวุธเคมีโจมตีซ้ำสอง แต่หากเกิดเหตุขึ้น พันธมิตรตะวันตกก็จะศึกษาว่าจะทำอย่างไร

ซึ่งความเห็นของรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ สอดคล้องกับคำพูดของนางนิคกี ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ที่กล่าวในที่ประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นว่า สหรัฐฯ ยังคงล็อคเป้า และโหลดขีปนาวุธ พร้อมถล่มซีเรียทุกเมื่อ หากยังคิดใช้อาวุธเคมีโจมตีครั้งใหม่ ส่วนการประชุมฉุกเฉิน 15 ชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงเมื่อวานนี้ ที่ประชุมได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัสเซียที่ต้องการให้ลงมติประณามสหรัฐฯ อังกฤษและฝรั่งเศส ที่เปิดฉากถล่มซีเรียโดยไม่ผ่านมติของสหประชาชาติ เนื่องจากมีเพียง จีนและโบลิเวียเท่านั้น ที่สนับสนุนร่างมติของรัสเซีย

ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยคลิปวีดีโอ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครื่องบินทิ้งระเบิดบี 1 ก่อนที่เครื่องบินจะทะยานขึ้นจากตำแหน่งที่ไม่เปิดเผย เพื่อทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายในซีเรีย ส่วนอีกคลิปเป็นการยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก จากเรือดำน้ำ ยูเอสเอส จอห์นวอร์นเนอร์ จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนเป้าหมายโจมตีครั้งนี้ คือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาในเขตบาร์เซห์ ในกรุงดามัสกัส และที่ตั้งอีก 2 แห่งใกล้กับจังหวัดฮอมส์ นับเป็นการแทรกแซงทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของชาติตะวันตกต่อซีเรีย

Article source: http://www.krobkruakao.com/ข่าวด่วน/66973/องค์กรห้ามอาวุธเคมี-ตรวจสอบข้อเท็จจริงการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย.html

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Translate This Page »