แพทย์ชี้คนเคยหยุดกัญชา กลับมาใช้ใหม่ส่งผลทางจิตเร็วกว่าเดิม!

แพทย์ชี้คนเคยหยุดกัญชา กลับมาใช้ใหม่ส่งผลทางจิตเร็วกว่าเดิม!

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลรายงานวารสารต่างประเทศ ระบุว่า ชายไทยอายุ 23 ปี ใช้กัญชามา 2 ปี หยุดใช้มา 3 เดือน แล้วกลับมาใช้ใหม่ ด้วยการสูบ 2 ชั่วโมงถัดมา อวัยวะเพศแข็งตัว รู้สึกปวดและรู้สึกว่าอวัยวะเพศบิดเบี้ยว จึงตัดสินใจหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ แต่ไม่หาย จึงตัดซ้ำๆ จนอวัยวะเพศขาดหลุดเหลือแต่ตอ เมื่อไปถึงโรงพยาบาล (รพ.) พบความเสียหายเกินเยียวยาต่อกลับ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น ”อาการของจิตเภทจากการเสพกัญชา” เพราะพบอาการนี้หลังการสูบกัญชา ไม่พบประวัติการใช้สารเสพติดอื่น และเพื่อยืนยันการวินิจฉัย โดยผลตรวจปัสสาวะพบ Δ-9-THC ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทจากกัญชา

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) กล่าวถึงผู้ที่เคยเลิกใช้สารเสพติดแล้วกลับมาใช้ใหม่ พบว่ามีโอภาสเกิดภาวะทางจิตได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม ว่า กรณีที่มีผู้ใช้สารเสพติดต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง แล้วหยุดใช้ไป แล้วกลับมาใช้ใหม่อาจเกิดภาวะความไวต่อสารมากขึ้น (sensitization) ฉะนั้น ช่วงที่เคยใช้สารเสพติดระยะหนึ่ง อาจต้องใช้เวลานานกว่าเกิดอาการบางอย่าง เช่น ต้องใช้มากกว่า 3 ปี ถึงจะเกิดภาวะทางจิต แต่บางคนที่หยุดไปแล้ว แต่สารเสพติดยังมีผลต่อสมองอยู่ จึงเป็นไปได้ว่าเมื่อกลับมาใช้อีกอาจเกิดความไวมากกว่าเดิม ส่งผลให้เกิดอาการทางจิตเร็วขึ้น โดยเฉพาะสารหลอนประสาทที่เมื่อหยุดใช้แล้ว แต่ยังมีอาการหลอนที่เกิดจากปัจจัยอื่นได้ เช่น ความเครียด ก็อาจได้ยินเสียงแวว ฉะนั้น เมื่อหยุดใช้สารเสพติดแล้ว ต้องหยุดให้นาน หรือเลิกใช้ไปเลย เพื่อให้สมองฟื้นฟูขึ้นมาได้ดีกว่าคนที่กลับมาใช้อีก

ผู้สื่อข่าวถามถึงการใช้กัญชากับโรคจิตเภท (Schizophrenia) มีความสอดคล้องกันอย่างไร พญ.รัศมน กล่าวว่า โรคจิตเภทเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง ยังไม่มีสาเหตุเกิดที่แน่ชัด แต่ส่วนใหญ่มีปัจจัยเรื่องพันธุกรรม อาการของโรค คือ มีความเชื่อหลงผิด หูแวว ภาพหลอน มีความคิดที่ไม่ได้อยู่ในโรคความเป็นจริง ขณะที่การใช้กัญชาสามารถทำให้เกิดโรคจิตได้อยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกัน ก็มีข้อมูลพบว่า ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคจิตเภทอยู่แล้ว และมีการใช้กัญชาตั้งแต่อายุน้อยก็จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคจิตเภทได้มากขึ้น แม้ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงแต่ก็เกิดขึ้นได้

เมื่อถามถึงการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของสารทีเอชซี (THC) จะส่งผลเสียต่อร่างกายหรือเพิ่มปัจจัยเสี่ยงอาการทางจิตอย่างไร พญ.รัศมน กล่าวว่า หากร่างกายได้รับสาร THC ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดสารก็จะถูกส่งไปที่สมอง ยิ่งถ้าได้รับตั้งแต่อายุยังน้อย เข้าในร่างกายในปริมาณสูง หรือใช้ในเวลานานก็จะมีความเสี่ยงต่ออาการทางจิตได้เช่นกัน จริงๆ แล้วระบบทางเดินอาหารดูดซึม THC ได้ไม่ดี แต่สำคัญคือ หากเข้าไปสู่ตับจะมีการเปลี่ยนสารที่ไม่ออกฤทธิ์ ให้เป็นสารออกฤทธิ์ ฉะนั้น จะมีผลมากกว่าการสูบกัญชาหรือใช้ในด้านอื่นๆ จะเห็นได้ว่าผู้ที่กินดื่มจะมีอาการพิษมากกว่าคนใช้สูบ ส่วนการขับถ่ายออกจากร่างกายใช้เวลานานถึง 2 สัปดาห์ แต่สำหรับคนที่ใช้ต่อเนื่องอาจต้องเวลาเป็นเดือนกว่าจะขับถ่ายออกจากร่างกาย

เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องการใช้กัญชาในเด็กที่อายุน้อยลงเป็นนักเสพหน้าใหม่ พญ.รัศมน กล่าวว่า ช่วงหลังการปลดล็อกกัญชาในประเทศไทยก็มีผลสำรวจพบว่ามีการใช้กัญชาในกลุ่มเด็กมากขึ้น เป็นสิ่งที่คาดเดาได้อยู่แล้วว่าหากมีการเข้าถึงสารเสพติด สารมึนเมา หรือสารออกฤทธิ์ที่ง่ายขึ้นก็จะมีปัญหาเรื่องการอยากลองในเด็กได้มากขึ้น

“ฉะนั้น เราต้องมีข้อครระวัง การจำกัดอายุ ไม่จำหน่ายให้เด็ก รวมถึงการครอบครัวจะต้องทำความเข้าใจกับเด็กๆ คุยกันสบายๆ ว่าการปลดล็อกกัญชาก็เพื่อการแพทย์ ดังนั้นผู้ที่ไม่ได้ป่วยก็ไม่ควรจะใช้กัญชา ไม่ควรนำมาใช้ทางสันทนาการเพราะจะส่งผลทางจิตได้ ขณะที่ นโยบายและการควบคุมก็ต้องรัดกุมมากขึ้น เพื่อป้องกันเด็กไม่ให้เข้าถึงสิ่งมึนเมาได้ง่าย โดยตอนนี้ พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ หากมีมาตรการควบคุมที่เข้มข้นขึ้น ก็จะช่วยป้องกันเด็กและเยาวชนได้มากขึ้นในการเข้าถึงกัญชา” พญ.รัศมน กล่าว

The post แพทย์ชี้คนเคยหยุดกัญชา กลับมาใช้ใหม่ส่งผลทางจิตเร็วกว่าเดิม! appeared first on มติชนออนไลน์.


Source: Matichon

News Reporter

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.