เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน สืบเนื่องกรณี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงประเด็นที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการแยกวิชาประวัติศาสตร์ โดยยืนยันว่าไม่ได้บังคับเด็กรักชาติ แต่เปลี่ยนกระบวนการเรียนให้สนุกและเข้าใจการเปลี่ยนแปลง (อ่านข่าว ‘ตรีนุช’ ย้ำแยกวิชาประวัติศาสตร์ ไม่บังคับเด็กรักชาติ แต่เปลี่ยนกระบวนการเรียน)

รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง กล่าวว่า ประเด็นแรก วิชาประวัติศาสตร์จะแยกออกมาหรือจะอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่อยู่ที่ว่าจะสอนเด็กอย่างไรต่างหาก ถ้าสอนเป็น ต้องสอนให้คิดได้ และนำความรู้ชุดต่างๆในสังคมมาตอบโจทย์ประวัติศาสตร์ แต่ถ้ายังสอนเหมือนเดิมก็ไม่มีประโยชน์

ประเด็นถัดมาคือ สำหรับชุดประวัติศาสตร์เพื่อการรักชาติ ถามว่าจำเป็นหรือไม่ จริงๆแล้วต้องสอนให้เข้าใจชาติมากกว่า นอกจากนี้ต้องสอนให้ยอมรับความคิดต่างได้ด้วย เพราะฉะนั้น ส่วนตัวคิดว่าเป็นนโยบายที่ย้อนยุคและมองพลาดไป เพราะปัจจุบันควรสอนประวัติศาสตร์ในบริบทที่ประเทศไทยอยู่ในภูมิภาคอาเซียนและเป็นส่วนหนึ่งของโลก ต้องให้เด็กเรียนรู้ว่าเราเชื่อมต่ออย่างไรในเชิงประวัติศาสตร์กับเพื่อนบ้านและความเป็นสากล เรารับอิทธิพลจากยุคอาณานิคมอย่างไร เคยทำในสิ่งที่ส่งผลกระทบกับประเทศใกล้เคียงอย่างไร ต้องพูดความจริงด้วย

“เราต้องสอนกระบวนการคิดให้เด็ก ไม่ใช่ความจำ แล้วค่อยไต่ไปตามระดับ แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะกล่าวว่า ไม่ได้เน้นความจำ หากเป็นเช่นนั้น ชุดข้อสอบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องปรับเปลี่ยน จะมีการออกข้อสอบแบบปรนัย หรือ ตัวเลือก อย่างไรที่จะสามารถวัดความเข้าใจของเด็กได้ วิชาอย่างวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ รวมถึงภาษา เช็คง่าย แต่ประวัติศาสตร์จะวัดอย่างไร ถามว่าทำได้หรือไม่ คิดว่า พอทำได้ แต่ สพฐ. จะออกโจทย์ใหม่อย่างไร ปัญหาใหญ่คือครูที่สอนในระดับมัธยมศึกษาจะเข้าใจข้อสอบแบบใหม่หรือไม่ และหากออกข้อสอบไม่ดี อาจถูกเด็กร้องเรียนอีก และถ้าออกข้อสอบที่มีคำตอบแบบชัวร์ๆ ป้องกันตัวเอง ก็วกกลับมาเป็นประวัติศาสตร์แบบท่องจำอยู่ดี ดังนั้นหากกระทรวงศึกษาธิการฯ ต้องวางแผนกระบวนการทั้งระบบ ตั้งแต่ครูผู้สอน จนถึงข้อสอบ” รศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าว

The post อ.รามคำแหง แนะไม่ต้องสอนปวศ.ให้รักชาติ ต้องสอนให้ ‘เข้าใจชาติ’ ถาม สพฐ. ข้อสอบจะออกอย่างไร? appeared first on มติชนออนไลน์.


Source: Matichon

News Reporter

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.