‘สาทิตย์’ ร่วมวงเสวนาคดีทวงคืนผืนป่ากรณีแสงเดือน ชี้ 1ใน 3 เรื่องที่ร้องเรียนมายังกมธ.ที่ดิน เป็นผลพวงนโยบายทวงคืนผืนป่า 

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ห้องประชุมคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.จังหวัดตรังพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวในงานเสวนาวิชาการเรื่อง “คดีทวงคืนผืนป่า กรณีแสงเดือนกับกระบวนการยุติธรรมไทย” ที่จัดโดยขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ว่า ในฐานะที่ตนเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เราได้รับคำร้องเรียนหลายพันเรื่อง และในจำนวนนั้นก็เกี่ยวกับผลพวงนโยบายทวงคืนผืนป่า 1ใน 3ของเรื่องที่ร้องเรียนมา สิ่งที่กมธ.พบคือเวลาที่เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยในการแก้ปัญหา ทัศนะคติของฝ่ายราชการซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย เป็นแบบพิมพ์นิยมที่ถอดแบบกันมาเลย ในกมธ.ได้ตั้งโจทย์ว่าจะไปแก้ปัญหาชาวบ้านทีละเรื่อง แล้วก็แก้ไม่ได้ หลายเรื่องถูกฟ้อง และเจ้าหน้าที่สภาก็จะบอกว่ากมธ.ไปก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ ในขณะที่ฝ่ายนโยบายที่เกี่ยวข้อง ไม่เคยเข้ามาร่วมประชุมกับกมธ.เลย (อ่านข่าว ‘พีมูฟ’ จี้บิ๊กป้อมออก กม.นิรโทษ- ‘แสงเดือน’ พ้อ มีทำไมรัฐบาล? ให้ลืมตาอ้าปากแล้วเหยียบจมดิน ‘ไล่พ้นที่ทำกิน’)

นายสาธิตกล่าวว่า ตนแปลกใจเรื่องนโยบายทวงคืนผืนป่าตั้งแต่ต้น หากไปดูคำสั่งคสช.เมื่อตอนปี 2557 ออกมา 178 คำสั่ง หนึ่งในนั้น มี 2 คำสั่งที่กำหนดวิธีปฏิบัติชัด คือคำสั่งคสช.ที่ 64 กับ 66 เรื่องทวงคืนผืนป่าเป็นประเด็นที่กำหนดแนวปฏิบัติไว้ชัด เดิมทีเรื่องป่ากับเขตอนุรักษณ์เป็นเรื่องของกรมป่าไม้กับกรมอุทยาน แต่ในคำสั่งคสช.ที่ 64 ไปเพิ่มอำนาจฝ่ายความมั่นคง คือทหาร กอ.รมน. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นในเรื่องการทวงคืนผืนป่าไปด้วย

ก่อนการยึดอำนาจ 2 ปี มีกลุ่มข้าราชเก่าที่อยู่ในกรมป่าไม้และกรมอุทยานอยู่กลุ่มหนึ่ง จัดตั้งพรรคทวงคืนผืนป่าตั้งแต่ปี 2555 แนวคิดนี้ดำรงมาจากกลุ่มข้าราชการระดับสูงของกรมป่าไม้และกรมอุทยาน ว่ากรณีป่าจะต้องใช้นโยบายที่แข็งกร้าว และก็ต้องใช้นโยบายทางด้านกฎหมาย

“จากประสบการณ์ตอนเป็นรัฐมนตรีทำเรื่องโฉนดชุมชน ก็ได้พบความจริงอีกอย่างหนึ่งว่า กลุ่มทหารกับกอ.รมน.ที่จัดการเรื่องที่ดินกับป่ามีหลายส่วนมาก เชื่อว่ากลุ่มทหารเหล่านี้อาจต่อยอดความคิดมาจากยุคที่ต่อสู้กับกลุ่มคอมมิวนิสต์ จึงมองเรื่องป่าเป็นประเด็นเรื่องภัยต่อความมั่นคงด้วย เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของพวกคอมมิวนิสต์ จึงทำให้เกิดการละเลยสิทธิเรื่องชาวบ้านที่อยู่กับป่าหรือคนยากจนที่เข้าไปอยู่ทำกิน เลยกลายเป็นนโยบายทวงคืนผืนป่า อย่างไรก็ตาม เมื่อนโยบายนี้ประกาศออกมา ความดุดันของคำสั่งที่ 64 ที่สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ไปว่าใครที่ไม่ปฏิบัติถือว่าเป็นความผิด และให้กระทรวงทรัพยกรรายงาน เป็นธรรมดาหลังการยึดอำนาจที่ข้าราชการทุกคนจะกลัวสูญเสียในสิ่งที่มี” นายสาทิตย์กล่าว

นายสาทิตย์กล่าวว่า ตอนตนอยู่ที่จังหวัดตรัง คดีทวงคืนผืนป่ามีเยอะมาก ลงพื้นที่ต่างๆก็เจอหลายรอบทั่วประเทศที่มีลักษณะคล้ายกัน เมื่อมีการนำเครื่องบินขึ้นตรวจและเจอการบุกรุก ก็จัดการปักป้าย ลงไปพูดกับชาวบ้านว่าอย่าแสดงตัว ถ้าแสดงตัวก็จะจับกุม เมื่อชาวบ้านไม่กล้าแสดงตัวก็บอกว่ายึดพื้นที่แล้วเนื่องจากไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ มีหลายกรณีมากที่มีผู้แสดงตัวและถูกบอกว่าจะได้รับการผ่อนผัน แต่สุดท้ายก็ถูกดำเนินคดีในภายหลัง

ประเด็นปัญหาและจุดอ่อนของนโยบายทวงคืนผืนป่า คือการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจ คิดว่ามีโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะใช้ดุลยพินิจเกินขอบเขตหน้าที่ และมีโอกาสละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน พอมีการออกคำสั่งคสช.ที่ 66 ก็มีการเพิ่มดุลยพินิจให้แก่เจ้าหน้าที่มากขึ้น เช่นพื้นที่ตรงนี้เป็นของนายทุนเลยไม่มีการยึดคืน จึงเกิดปัญหาความไม่เป็นธรรม ต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่านโยบายนี้มีปัญหาในเรื่องของการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และนำไปสู่ปัญหาการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่” นายสาทิตย์กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีทางออกอยู่ 2 ทาง  ได้แก่ 1.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทบทวนโดยการพูดคุยกับสำนักอัยการสูงสุดเรื่องการชลอการฟ้องหรือการสั่งไม่ฟ้อง 2. การนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวข้องกับนโยบายทวงคืนผืนป่า เพราะต้องยอมรับว่าการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ของคำสั่งคสช.นำไปสู่การปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ทั้งละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และเกินขอบเขตอำนาจ

“ถ้าไม่สามารถทำในรัฐบาลหรือสภาชุดนี้ได้ ก็มีความเสี่ยงต่อคดีอยู่พอสมควร เดาไม่ถูกอีกเช่นกันว่าสมัยหน้าใครจะเป็นรัฐบาล และจะดำเนินการเรื่องนี้ต่ออย่างไร มิเช่นนั้นทางกมธ.ก็จะต้องทำเป็นข้อเสนอทิ้งไว้ให้แก่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” นายสาทิตย์กล่าว

The post สาทิตย์ จี้จุดอ่อน นโยบายทวงผืนป่าเปิดช่องจนท.ใช้ดุลยพินิจ ‘เกินขอบเขต’ ชี้ช่อง ‘สั่งไม่ฟ้อง-นิรโทษกรรม’ appeared first on มติชนออนไลน์.


Source: Matichon

News Reporter

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.