ชัชชาติ สั่งทุกเขตสแกนความเสี่ยงทั้งในและนอกโรงเรียน กทม. เตรียมเพิ่มช่องทางแจ้งปัญหาความรุนแรงผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์

ชัชชาติ สั่งทุกเขตสแกนความเสี่ยงทั้งในและนอกโรงเรียน กทม. เตรียมเพิ่มช่องทางแจ้งปัญหาความรุนแรงผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุม ชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงการดำเนินการที่เกี่ยวเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนที่ว่า เบื้องต้นได้มีข้อสั่งการให้ผู้อำนวยการเขตทั้งหมดดำเนินการตรวจสอบปัญหาในโรงเรียนอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด การมั่วสุม การกลั่นแกล้งในโรงเรียน

“เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากศูนย์ ต้องมีร่องรอยหรือมีเหตุการณ์ตัวนำมาถึงก่อน”นายชัชชาติ  กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า เมื่อสามารถสแกนหาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวได้แล้ว เราจะสามารถดำเนินการจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนในการแก้ปัญหาได้ เพราะต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นต้องมีสาเหตุ และเราต้องดำเนินการกับสาเหตุเหล่านั้น ในส่วนของคุณครูเองก็มีภาระที่หนักอยู่แล้วในการดูแลเด็ก ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเข้าไปช่วยโดยบูรณาการความร่วมมือกันในเรื่องของปัญหาอื่น ๆ เช่น ยาเสพติด การมั่วสุม รวมถึงอาจจะต้องมีการขอความร่วมมือจากตำรวจด้วย

ส่วนการมีช่องทางในการรับทราบปัญหาต่างๆนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า หัวใจอยู่ที่การสร้างความไว้วางใจให้แก่ประชาชน ครู และนักเรียน เพราะจะทำให้ กทม.เข้าถึงข้อมูลได้ สามารถรับทราบปัญหาและดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที อนาคตจะพัฒนาช่องทางในการสื่อสารให้สะดวกขึ้น เช่น การแจ้งผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ หรือแอพพลิเคชั่นที่ไม่ต้องบอกชื่อ รวมถึงผู้ปกครองให้ข้อมูลมาโดยตรง

“การใช้สื่อโซเชียลของนักเรียน ต้องสอนให้เด็กเข้าใจการใช้สื่ออย่างถูกต้องและมีภูมิคุ้มกันในตนเอง เพราะวัคซีนสำคัญที่สุดคือตัวเราเอง” นายชัชชาติกล่าว

ด้านนายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของ กทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของ กทม. ครั้งที่ 2/2567 ว่า ที่ประชุมรายงานเหตุทำร้ายร่างกายและมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งภายหลังเกิดเหตุทางโรงเรียนได้ประกาศหยุดเรียนเป็นเวลา 3 วัน (30 ม.ค. – 1 ก.พ. 67) และได้มีการส่งทีมแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักจิตวิทยา เข้าประเมินสภาพจิตใจผู้อยู่ในเหตุการณ์ จำนวน 59 คน (นักเรียน 50 คน ครู 9 คน) มีการจัดงานบำเพ็ญกุศล และมีการสั่งเพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น ตรวจกระเป๋าก่อนเข้าสถานศึกษา

นายเอกวรัญญู กล่าวว่า กทม.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในโรงเรียน จึงกำหนด 9 มาตรการหลัก ดังนี้ 1. กำหนดให้เรื่องความปลอดภัยในโรงเรียนเป็นนโยบายสำคัญของโรงเรียน 2. ดำเนินการเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียนร่วมกับชุมชนและผู้ปกครอง 3. กำหนดแผนและขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในโรงเรียนอย่างเป็นระบบและมีคู่มือปฏิบัติสำหรับบุคลากรเพื่อความปลอดภัย 4. จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน โดยมีตัวแทนครูและผู้ปกครองร่วมกันตรวจสอบปีละ 4 ครั้ง

5. จัดให้มีระบบการดูแลคุ้มครองเด็กที่ดี กำหนดให้มีโครงการป้องกันยาเสพติด และพฤติกรรมข่มขู่ รังแกนักเรียน 6. จัดให้มีระบบความปลอดภัยด้านอาคารและสถานที่โดยรอบของโรงเรียน 7. กำหนดการเดินทางไป-กลับโรงเรียนอย่างถูกวิธี มีความปลอดภัยจากการจราจร 8. มีการบันทึกข้อมูลอุบัติภัยในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ และ 9. จัดให้มีหลักสูตรจิตสำนึกความปลอดภัย

“มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนจะครอบคลุมในเรื่องต่างๆ ได้แก่ การเฝ้าระวังอัคคีภัย การซ้อมอพยพหนีไฟ การป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ การป้องกันอุบัติเหตุ การป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียน และการดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้น” นายเอกวรัญญูกล่าว

The post ชัชชาติ สั่งทุกเขตสแกนความเสี่ยงทั้งในและนอกโรงเรียน กทม. เตรียมเพิ่มช่องทางแจ้งปัญหาความรุนแรงผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ appeared first on มติชนออนไลน์.


Source: Matichon

News Reporter

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.